นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งอังกฤษ (British university) แนะนำว่าวัตถุกันเสียธรรมดาๆ ที่พบในน้ำอัดลม เช่น แฟนต้า (Fanta) เปบซี่ แม็กซ์ (Pepsi Max) สามารถปิดสวิตซ์การทำงานของ DNA ในร่างกายได้ และอาจจะชักนำไปสู่โรคตับแข็งและโรคพิการต่างๆ เช่นโรคพาร์กินสัน (Parkinson’s อาการของโรคกระตุก อันเกิดจากสมองพิการ) ซึ่งโดยปกติแล้วปัญหาเรื่องการทำงานของ DNA มักจะมีสาเหตุมาจากความสูงอายุและการดื่มสุราจัด

ผลการศึกษาชิ้นนี้อาจมีผลต่อผู้บริโภคน้ำอัดลมนับร้อยล้านคนทั่วโลก และยังจะทำให้ข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสารปรุงแต่งอาหารซึ่งเคยมีผลที่ทำให้เด็กซุกซนผิดปกติ (Hyperactivity)ถูกรื้อฟื้นขึ้นเพื่อทบทวนใหม่

ผู้เกี่ยวข้องมุ่งลงไปที่ความปลอดภัยของ E211 หรือ โซเดี่ยม เบนโซเอท (sodium benzoate) ซึ่งเป็นสารถนอมอาหารมานับสิบๆปี คิดเป็นมูลค่า 74,000 ล้านปอนด์ (£) ในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มอัดลมทั่วโลก โซเดี่ยม เบนโซเอทได้มาจากกรดเบนโซอิค (benzoic acid) ซึ่งเป็นกรดที่พบได้ในผลไม้ในตระกูลเบอร์รี่ (พวกมะเม่าในบ้านเรา) แต่กรดถูกนำมาใช้จำนวนมากเพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องดื่มขึ้นรา น้ำอัดลมที่ใช้ได้แก่ สไปรท์ (Sprite) โอเอซิส (Oasis) และดร.เป็พเปอร์ (Dr. Pepper) ที่ขายในอังกฤษ รวมถึงในอาหารหมักดอง และซ็อสปรุงรสต่างๆ

โซเดี่ยม เบนโซเอท เคยเป็นเรื่องเป็นราวมาแล้วครั้งหนึ่ง เพราะเป็นเหตุก่อมะเร็ง เนื่องจากเมื่อโซเดี่ยม เบนโซเอท ผสมกับวิตามิน ซี ที่เติมในน้ำอัดลม เมื่อทำปฏิกิริยากันจะได้ “เบนซิน” (Benzene) ซึ่งเป็นตัวก่อมะเร็งดีๆนี่เอง กองมาตรฐานอาหารของอังกฤษ (Food Standards Agency: FSA) ได้ทำการสำรวจและพบว่าน้ำอัดลมจำนวนสี่ยี่ห้อมีระดับเบนซินสูงเกินไป และได้สั่งให้ถอนสินค้าดังกล่าวออกจากตลาด

ปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์อายุรภาพจากมหาวิทยาลัยเชฟฟิลด์ (Sheffield University) ผู้ซึ่งได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับโซเดี่ยม เบนโซเอท มายาวนานและมีผลงานวิจัยที่ได้ตีพิมพ์ในปี 2542 ได้ตัดสินใจที่จะเผยอันตรายเพิ่มเติมของโซเดี่ยม เบนโซเอท ศาสตราจารย์ปีเตอร์ ไปเปอร์ (Professor Peter Piper) ผู้เชี่ยวชาญด้านชีวโมเลกุลและเทคโนโลยีชีวภาพ ได้ทำการทดลองปฏิกิริยาของโซเดี่ยม เบนโซเอทกับเซลล์ยีสต์ที่มีชีวิต (ยีสต์สด) ในห้องทดลอง พบว่าโซเดี่ยม เบนโซเอทได้ทำลายส่วนสำคัญของ DNA ในเซลล์ยีสต์ที่เรียกว่า ไมโตคอนเดรีย (mitochondria) ศาสตราจารย์ปีเตอร์ ได้กล่าวกับหนังสือพิมพ์อินดิเพนเดนท์ (The Independent) ว่าโซเดี่ยม เบนโซเอทมีความสามารถในการทำลาย DNA โดยการปิดสวิตซ์การทำงานของไมโตคอนเดรีย

ไมโตคอนเดรียใช้ออกซิเจนในกระบวนการสร้างพลังงานให้กับร่างกาย และถ้าหากมันถูกทำลาย (ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเราเป็นโรค) เซลล์จะเริ่มทำงานผิดปกติ เมือเซลล์ดีในร่างกายอ่อนแอ เชื้อโรคทั้งหลายก็จะเข้ามาทำลาย DNA เช่น โรคพาร์กินสัน และโรคจำพวกพิการทางสมอง (Neuro-degenerative diseases) ต่างๆ แม้จะยังไม่ร้ายแรงไปกว่า “โรคชราภาพ” (ซึ่งเซลล์ต่างๆจะเริ่มหยุดทำงานไปเอง) ก็ตาม

กองมาตรฐานอาหาร สนับสนุนการใช้โซเดี่ยม เบนโซเอทในประเทศอังกฤษแม้จะยังไม่ได้รับการรับรองจากสหภาพยุโรป (European Union) แต่เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ที่ผ่านมารัฐสภาของอังกฤษได้สั่งให้มีการสืบสวนอย่างเร่งด่วน นายนอร์แมน เบเกอร์ (Norman Baker) ประธานรัฐสภากล่าวว่า “สารปรุงแต่งอาหารจำนวนมากเป็นสารใหม่ๆ และผลกระทบของพวกมันในระยะยาวยังไม่มีการยืนยันแน่นอน แต่ที่แน่ๆจะต้องมีการสืบสาวเรื่อง โซเดี่ยม เบนโซเอท ให้รู้แจ้งต่อไปโดยให้กองมาตรฐานอาหารเป็นเจ้าภาพ”

ในปี 2543 องค์การอนามัยโลก (World Health Organisation) ได้แถลงว่าโซเดี่ยม เบนโซเอทนั้นปลอดภัยต่อการบริโภค แต่ระบุว่า “ความปลอดภัยก็มีขีดจำกัด” ในหมายเหตุส่วนท้ายของคำประกาศ

ศาสตราจารย์ปีเตอร์ กล่าวว่า การทดสอบที่คณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐฯ (US Food and Drug Administration) นั้นล้าสมัย และกลุ่มอุตสาหกรรมผู้ผลิตอาหารก็จะยืนยันว่าอาหารเหล่านั้นผ่านการทดสอบและมันก็ปลอดภัย เมื่อเปรียบเทียบกับการทดสอบอาหารสมัยใหม่จะพบว่าการทดสอบเหล่านั้นไม่เพียงพอ ทุกวันนี้อะไรๆก็เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว เราจะไปใช้ผลการทดสอบเมื่อ 50 ปีที่แล้วเปรียบเทียบกับยุคปัจจุบันไม่ได้

ศาสตราจารย์ปีเตอร์ได้แนะนำผู้ปกครองให้พิจารณาให้ถ้วนถี่ก่อนที่จะซื้อน้ำอัดลมให้บุตรหลานของท่าน จนกว่าสารกันเสียเหล่านั้นจะได้รับการพิสูจน์อย่างแน่ชัด น่าเป็นห่วงก็แต่เด็กๆที่ดื่มจำนวนมากๆ (ดื่มน้ำอัดลมต่างน้ำ)


โค๊ก/โคคาโคลา (Coca-Cola) แป็บซี่ แมกซ์ แป็บซี่ ไดเอ็ท (Pepsi Max and Diet Pepsi) พวกนี้มีส่วนผสมของโซเดี่ยม เบนโซเอท แต่ผู้ผลิต (บริษัท Coca-Cola และ บริษัท Britvic) และสมาคมเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ก็ยืนกรานต่อรัฐบาลอังกฤษ ว่าพวกเขาเชื่อว่าสารเคมีที่พวกเขาใช้ปรุงแต่งเครื่องดื่มเหล่านั้นปลอดภัยที่สู๊ด…..


แปลจากบทความ Caution: Some soft drinks may seriously harm your health ~ Expert links additive to cell damage ของ Martin Hickman, Consumer Affairs Correspondent,
Published: 27 May 2007 http://news.independent.co.uk/health/article2586652.ece


There are more to read na ja:)
Daily Times. http://www.dailytimes.com.pk/default.asp?page=2007%5C05%5C28%5Cstory_28-5-2007_pg7_4

Fat Guy Radio. http://www.fatguyradio.com/?p=228