ภาษาไทย...เพื่อการสื่อสาร ตอนที่ 3: อ่านให้เป็น เห็นคุณค่า สื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพแน่นอน

อ่านให้เป็น  เห็นคุณค่า  สื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพแน่นอน

 

ความสำคัญของการอ่าน

การอ่านเป็นพฤติกรรมการรับสารอย่างหนึ่ง กล่าวคือเป็นการรับรู้เรื่องราวโดยใช้สายตามองดูตัวอักษร แล้วสมองก็จะลำดับเป็นถ้อยคำ ประโยคและข้อความต่างๆ เกิดเป็นเรื่องราวตามความรู้และประสบการณ์ของผู้อ่านแต่ละคน การอ่านช่วยให้เราสามารถติดตามความเคลื่อนไหว ความก้าวหน้า และความเปลี่ยนแปลงทั้งหลายได้ทันต่อเหตุการณ์  ฉะนั้นการอ่านจึงเป็นความจำเป็นต่อชีวิต ของทุกคนในปัจจุบัน 

การอ่านมีความสำคัญต่อตนเอง เพราะการอ่านทำให้เราได้รับความรู้ความเพลิดเพลินมีความคิดทันโลก ทันเหตุการณ์ และเข้าสังคมได้ดี  การอ่านมีความสำคัญต่อสังคม เพราะคนในสังคมจำนวนมากจะได้รับความรู้ ความเพลิดเพลิน และความจรรโลงใจจากการอ่าน

ฉะนั้น สารที่อ่านในโอกาสสำคัญต่างๆ จะผิดพลาดหรือคลาดเคลื่อนไม่ได้ เพราะมักมีผู้นำไปอ้างอิงหรือเผยแพร่เป็นลายลักษณ์อักษรอยู่เสมอ

หากผิดพลาดก็จะเป็นผลเสียหายได้ นอกจากนี้เมื่อเราจะอ่านให้ผู้อื่นฟังเราก็ควรอ่านให้น่าฟังคือ

    1. อ่านให้ผู้ฟังได้รับสารจากบทที่อ่านนั้นครบถ้วนทั้งสารที่สำคัญที่สุดและสารที่สำคัญรองๆ ลงไป

     2. อ่านให้ผู้ฟังสนใจฟังอยู่ตลอดเวลา

ประเภทของการอ่าน

การอ่าน เป็นวิธีสื่อสารที่เป็นได้ทั้งการส่งสารและการรับสาร การอ่านแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้

1. การอ่านออกเสียง

    วิธีอ่านออกเสียงประกอบด้วย..

    1)  อ่านออกเสียงให้ถูกต้องชัดเจน

    2)  อ่านเสียงดัง ฟังได้ทั่วถึง

    3)  อ่านให้เป็นเสียงพูดธรรมชาติ                      

    4)  รู้จักทอดจังหวะและลมหายใจ ฯลฯ

    การอ่านออกเสียง เป็นได้ทั้งการรับสารและการส่งสาร ส่วนการอ่านในใจจะเป็นได้เฉพาะการรับสารเพียงทางเดียวเท่านั้น

    การอ่านออกเสียง หมายถึง การอ่านที่ผู้อื่นสามารถได้ยินเสียง การอ่านออกเสียงมักไม่นิยมอ่านเพื่อการรับสารโดยตรงเพียงคนเดียว เว้นแต่การอ่านบทประพันธ์เป็นท่วงทำนองเพื่อความไพเราะเพลิดเพลิน ส่วนใหญ่การอ่านออกเสียงมักเป็นการอ่านให้ผู้อื่นฟัง การอ่านออกเสียงให้ผู้อื่นฟัง จะต้องอ่านให้ชัดเจน ถูกต้องได้ข้อความครบถ้วนสมบูรณ์ มีลีลาการอ่านที่น่าสนใจและน่าติดตามฟังจนจบ

2. การอ่านในใจ

    การอ่านใจในถือว่าเป็นการอ่านเพื่อพัฒนาตนเองในด้านต่างๆ อันได้แก่

    ด้านความรู้ คือ ได้ทั้งความรู้รอบตัวและความรู้เฉพาะด้าน

    ด้านอารมณ์ ช่วยให้เกิดความเพลิดเพลิน คลายความเครียด ความขุ่นมัวต่างๆ

    ด้านคุณธรรม เช่น การอ่าน หนังสือประเภทธรรมะ ชีวประวัติ สารคดี ฯลฯ ทำให้ได้เห็นตัวอย่างดีๆ หรือได้ข้อคิด คำสอน  และสามารถนำมาใช้กับตนเองได้ การอ่านในใจจึงเป็นวิธีการศึกษาอย่างหนึ่ง เพื่อเรียนรู้และเข้าใจประสบการณ์ใหม่ ๆ ซึ่งช่วยให้มนุษย์เกิดการปรับตัวเพื่อการดำรงชีวิตอย่างเป็นสุข

หลักการอ่านในใจ ได้แก่

1. ตั้งสมาธิให้แน่วแน่

2. กะระยะช่วงสายตาแต่ละคราวให้กว้างที่สุด จะทำให้อ่านได้รวดเร็ว ไม่ควรมองเป็นคำๆ เพราะทำให้อ่านช้าและจับใจความไม่ได้

3. จับใจความสำคัญและใจความประกอบให้ได้ อาจตั้งคำถามถามตนเองว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร แล้วตอบคำถามเหล่านั้นก็จะสามารถจับใจความสำคัญได้ 

4. ไม่ทำปากขมุบขมิบหรือออกเสียงในเวลาอ่าน

5. ไม่ใช้นิ้ว ปากกา หรือดินสอ ชี้ที่ตัวหนังสือทีละตัว

6. บันทึกความรู้ ความเข้าใจ และความคิดไว้เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป

 

จุดมุ่งหมายของการอ่าน

     การสื่อสารด้วยการอ่านหนังสือทุกครั้ง ผู้อ่านจะต้องมีการตั้งจุดประสงค์การอ่านเสมอ จุดประสงค์ของการอ่านแต่ละครั้งอาจจะเหมือนหรือต่างกันก็ได้ จุดประสงค์โดยทั่วไปของการอ่านได้แก่

 

    1. การอ่านเพื่อจับใจความ   เป็นการสรุปสาระสำคัญของเรื่อง ทำให้เข้าใจเรื่องได้ครบถ้วนตรงตามที่ผู้เขียนต้องการอย่างรวดเร็วการฝึกทักษะการอ่านเพื่อจับใจความ ผู้อ่านจะต้องเข้าใจความหมายของคำและสำนวนในเรื่อง สามารถลำดับเหตุการณ์ และลำดับความคิดแยกได้ว่า ใจความใดเป็นความสำคัญและใจความใดเป็นใจความรอง

     2. การอ่านเพื่อใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ นับเป็นการสร้างนิสัยรักการอ่านที่พึงปฏิบัติและมีประโยชน์อย่างยิ่งแต่การที่จะเพิ่มคุณค่าและประโยชน์ให้กับ การอ่านนั้น ผู้อ่านควรจดบันทึกสาระสำคัญของเรื่องที่อ่าน และสามารถแนะนำหนังสือที่น่าอ่านแก่ผู้อื่นได้ด้วย

    3. การอ่านอย่างมีวิจารณญาณ คือ รู้จักใคร่ครวญ พิจารณาเรื่องที่อ่านอย่างละเอียด ลึกซึ้งในด้านต่างๆ เป็นการอ่าน ที่ต้องอาศัยความสามารถในการคิดพิจารณาหาเหตุผลมาประกอบ ซึ่งนับว่าเป็นทักษะด้านการอ่านขั้นสูง จึงควรฝึกฝนเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้ การอ่านอย่างมีวิจารณาญาณจะสามารถบอกจุดประสงค์ของผู้เขียนได้ บอกความหมายของคำและสำนวน ในเรื่อง ที่อ่านได้ วิเคราะห์ส่วนต่างๆ ของเรื่องที่อ่านได้ถูกต้อง ชัดเจน อธิบายกลวิธีการเขียนได้ และบอกคุณค่าของเรื่องที่อ่านได้

 

ประโยชน์ของการอ่าน

      การสื่อสารปัจจุบันยังต้องอาศัยการอ่านเป็นหลักสำคัญในการติดต่อสื่อความหมาย ด้วยเหตุนี้การอ่านจึงมีประโยชน์ต่อมนุษย์เราเป็นอย่างมากประโยชน์ของการอ่านได้แก่

      ได้ความรู้ เพราะการอ่านทำให้ผู้อ่านได้รับความรู้เพิ่มขึ้น ให้เกร็ดความรู้หรือความเคลื่อนไหว ความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ทางวิชาการหรือสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และการปกครอง

       ได้ความบันเทิง เพราะการอ่านทำให้ผู้อ่านเกิดความพอใจ ความเพลิดเพลิน และมีความสุขใจ อันเกิดจากเนื้อเรื่องหรือความไพเราะของถ้อยคำที่ได้อ่าน

        ได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เพราะการใช้เวลาว่างด้วยการอ่านเป็นการสร้างนิสัยรักการอ่านที่ควรปฏิบัติ และมีประโยชน์อย่างยิ่งแต่การที่จะเพิ่มคุณค่าและประโยชน์ให้กับการอ่านนั้น ผู้อ่านควรรู้จักวิธีการจดบันทึกสาระสำคัญของเรื่องที่อ่านและสามารถแนะนำหนังสือที่น่าอ่านแก่ผู้อื่นได้การอ่านยังมีประโยชน์ด้านอื่นอีกมาก ทั้งนี้ประโยชน์จะได้มากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของผู้อ่านด้วย

จะพบว่าการสื่อสารด้วยการอ่านเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งต่อการดำเนินชีวิต  การอ่านจะได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง

จำเป็นจะต้องรู้ถึงจุดมุ่งหมายของการอ่าน สามารถแยกประเภทของสารที่อ่านได้ อ่านแล้วนำมาคิดพิจารณาจับใจความสำคัญจากเรื่องที่อ่านได้ครบถ้วน รู้จักเลือกสรรเนื้อหาเพื่อนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด การอ่านลักษณะดังกล่าวนี้เรียกว่า อ่านเป็น เมื่อผู้เรียนเป็นผู้ที่ได้ชื่อว่า “อ่านเป็น” และเห็นคุณค่า ของสิ่งที่อ่าน ก็จะสามารถสื่อภาษากับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพแน่นอน